เคล็ดลับเด็ด! พิชิตคันจิญี่ปุ่น JLPT แบบไม่ต้องท่องจำให้ปวดหัว

webmaster

**Prompt:** A student sitting at a desk, surrounded by textbooks and a notebook filled with Kanji characters, in a bright and organized study room. Fully clothed, appropriate attire, safe for work, perfect anatomy, natural proportions, educational setting, modest.

การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (JLPT) นั้น การจำตัวอักษรคันจิถือเป็นหัวใจสำคัญเลยทีเดียวค่ะ ใครที่เคยลองท่องจำด้วยวิธีเดิมๆ แล้วรู้สึกว่ามันยากเย็นเหลือเกิน ไม่ต้องกังวลไปค่ะ!

เพราะจริงๆ แล้วมีเคล็ดลับมากมายที่จะช่วยให้การจำคันจิเป็นเรื่องสนุกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ เหมือนกับการไขปริศนาสนุกๆ ที่ทำให้เราเข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ!

ดิฉันเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ท้อแท้กับการจำคันจิเหมือนกันค่ะ แต่หลังจากที่ลองผิดลองถูกมาหลายวิธี ก็ค้นพบเทคนิคที่เวิร์คมากๆ ซึ่งไม่ใช่แค่การท่องจำซ้ำๆ แต่เป็นการทำความเข้าใจที่มาและความหมายของตัวอักษรเหล่านั้นด้วยค่ะ แถมยังมีวิธีประยุกต์ใช้คันจิในชีวิตประจำวันให้เราได้เห็นและจดจำได้ง่ายขึ้นอีกด้วยนะคะในยุคดิจิทัลแบบนี้ เทรนด์การเรียนภาษาญี่ปุ่นก็เปลี่ยนไปมากค่ะ มีแอปพลิเคชั่นและเว็บไซต์มากมายที่ช่วยให้เราเรียนรู้คันจิได้แบบอินเตอร์แอคทีฟ แถมยังมี AI ที่ช่วยปรับวิธีการเรียนรู้ให้เข้ากับสไตล์ของเราแต่ละคนอีกด้วยนะคะ แต่สิ่งสำคัญที่ AI ยังทำไม่ได้คือ “ประสบการณ์” ค่ะ การได้เห็นคันจิในบริบทต่างๆ ได้ใช้มันจริงๆ จะช่วยให้เราจำได้แม่นยำกว่าการท่องจำจากหน้าจอเยอะเลยค่ะอนาคตของการเรียนภาษาญี่ปุ่นอาจจะรวมเอาเทคโนโลยี AI เข้ากับการเรียนรู้แบบดั้งเดิมมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ personalized และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม “ความตั้งใจ” และ “ความสม่ำเสมอ” ของผู้เรียนเองก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่ความสำเร็จนะคะสำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีจำคันจิให้ได้ผลและสนุกไปพร้อมๆ กัน วันนี้ดิฉันจะมาเปิดเผยเคล็ดลับที่ได้ลองใช้มาแล้ว รับรองว่าเห็นผลแน่นอนค่ะ!




อย่ารอช้าเลยค่ะ มาเรียนรู้อย่างละเอียดไปพร้อมกันในบทความด้านล่างนี้เลยค่ะ!

ปลดล็อกความลับ: ทำความเข้าใจ “ที่มา” และ “เรื่องราว” ของคันจิ

เคล - 이미지 1

เคยสงสัยไหมคะว่าตัวอักษรคันจิแต่ละตัวมีที่มาอย่างไร? จริงๆ แล้วคันจิส่วนใหญ่มีรากฐานมาจากรูปภาพหรือสัญลักษณ์โบราณ การทำความเข้าใจที่มาเหล่านี้จะช่วยให้เราเชื่อมโยงรูปร่างของตัวอักษรเข้ากับความหมายของมันได้ง่ายขึ้นค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ตัวอักษร “木” (ต้นไม้) ก็มีรูปร่างคล้ายต้นไม้ที่มีกิ่งก้านและราก หรือตัวอักษร “山” (ภูเขา) ก็เป็นรูปภูเขา 3 ลูกเรียงกัน การเชื่อมโยงแบบนี้จะช่วยให้เราจำคันจิได้แม่นยำกว่าการท่องจำแบบไร้จุดหมายค่ะ

1. ค้นหาแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ปัจจุบันมีแหล่งข้อมูลมากมายที่อธิบายที่มาของคันจิ ทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และหนังสือ ลองค้นหาแหล่งข้อมูลที่คุณชอบและเริ่มสำรวจโลกของคันจิได้เลยค่ะ ดิฉันแนะนำให้ลองอ่านหนังสือ “Kanji Look and Learn” หรือเว็บไซต์ “Tofugu” ซึ่งมีคำอธิบายที่มาของคันจิที่เข้าใจง่ายและน่าสนใจค่ะ

2. สร้างเรื่องราวเชื่อมโยงคันจิ

เมื่อเข้าใจที่มาของคันจิแล้ว ลองสร้างเรื่องราวเชื่อมโยงตัวอักษรกับความหมายของมันดูค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำลังเรียนรู้ตัวอักษร “休” (พักผ่อน) ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษร “人” (คน) และ “木” (ต้นไม้) เราอาจจะสร้างเรื่องราวว่า “คนกำลังพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้” การสร้างเรื่องราวแบบนี้จะช่วยให้เราจำคันจิได้ง่ายขึ้นและยังช่วยกระตุ้นจินตนาการของเราอีกด้วยค่ะ

3. แบ่งกลุ่มคันจิที่มีองค์ประกอบคล้ายกัน

คันจิหลายตัวมีองค์ประกอบที่คล้ายกัน การแบ่งกลุ่มคันจิเหล่านี้จะช่วยให้เราเห็นความเชื่อมโยงระหว่างตัวอักษรและจำได้ง่ายขึ้นค่ะ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มคันจิที่มีองค์ประกอบ “水” (น้ำ) เช่น “海” (ทะเล), “湖” (ทะเลสาบ), ” नदी ” (แม่น้ำ) การเรียนรู้กลุ่มคันจิเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจความหมายของคันจิแต่ละตัวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นค่ะ

เปลี่ยนการท่องจำเป็นการผจญภัย: เรียนรู้คันจิผ่านเกมและแอปพลิเคชัน

ใครว่าการเรียนคันจิจะต้องน่าเบื่อเสมอไปคะ? ในยุคดิจิทัลนี้มีเกมและแอปพลิเคชันมากมายที่ช่วยให้เราเรียนรู้คันจิได้แบบสนุกสนานและอินเตอร์แอคทีฟ เกมเหล่านี้มักจะมีการให้คะแนน สะสมแต้ม และแข่งขันกับเพื่อนๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เราอยากเรียนรู้มากขึ้น แถมยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่ช่วยให้เราจำคันจิได้ง่ายขึ้น เช่น ระบบการ์ดคำศัพท์ (flashcards) ระบบทดสอบความรู้ และระบบแจ้งเตือนให้เราทบทวนคันจิเป็นประจำ

1. เลือกเกมหรือแอปพลิเคชันที่เหมาะกับสไตล์การเรียนรู้ของคุณ

มีเกมและแอปพลิเคชันมากมายให้เลือก ลองดาวน์โหลดมาลองเล่นดูก่อนก็ได้ค่ะ แต่ละแอปพลิเคชันก็มีจุดเด่นและรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกัน บางแอปเน้นการท่องจำด้วย flashcards บางแอปเน้นการเรียนรู้ผ่านเกม บางแอปเน้นการฝึกเขียน ลองเลือกแอปที่เหมาะกับสไตล์การเรียนรู้ของคุณและทำให้คุณสนุกกับการเรียนรู้มากที่สุดค่ะ ดิฉันแนะนำให้ลองใช้แอปพลิเคชัน “Memrise” หรือ “Wanikani” ซึ่งมีเกมและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายค่ะ

2. ตั้งเป้าหมายและติดตามความคืบหน้า

เพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควรกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น “เรียนรู้คันจิ 10 ตัวต่อวัน” หรือ “สอบผ่าน JLPT N5 ภายใน 6 เดือน” จากนั้นให้ติดตามความคืบหน้าของคุณเป็นประจำ เพื่อดูว่าคุณกำลังก้าวหน้าไปมากน้อยแค่ไหน ถ้าคุณทำได้ตามเป้าหมาย ก็ให้รางวัลตัวเองเพื่อเป็นกำลังใจในการเรียนรู้ต่อไปค่ะ

3. สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน

การเรียนคันจิไม่จำเป็นต้องทำคนเดียวเสมอไป ชวนเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัวมาเรียนด้วยกันก็ได้ค่ะ หรือจะเข้าร่วมกลุ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์ก็ได้ การเรียนรู้กับคนอื่นจะช่วยให้คุณมีกำลังใจมากขึ้น และยังได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับคนอื่นๆ อีกด้วยค่ะ

สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้: ปรับชีวิตประจำวันให้เป็นห้องเรียนคันจิ

รู้หรือไม่คะว่าเราสามารถเรียนรู้คันจิได้ทุกที่ทุกเวลา? แค่ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัวเราให้เอื้อต่อการเรียนรู้มากขึ้น เราก็สามารถซึมซับคันจิได้อย่างเป็นธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น การแปะป้ายคันจิไว้บนสิ่งของต่างๆ ในบ้าน การอ่านหนังสือการ์ตูนหรือดูอนิเมะญี่ปุ่น หรือการใช้แอปพลิเคชันเรียนภาษาญี่ปุ่นขณะเดินทาง

1. ติดป้ายคันจิบนสิ่งของต่างๆ ในบ้าน

วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดีมากค่ะ แค่เขียนชื่อสิ่งของต่างๆ เป็นคันจิแล้วแปะไว้บนสิ่งของเหล่านั้น เวลาเราหยิบจับสิ่งของเหล่านั้น เราก็จะเห็นคันจิและจำได้โดยอัตโนมัติค่ะ

2. อ่านหนังสือการ์ตูนหรือดูอนิเมะญี่ปุ่น

การอ่านหนังสือการ์ตูนหรือดูอนิเมะญี่ปุ่นเป็นวิธีที่สนุกและได้ผลดีในการเรียนรู้คันจิค่ะ เพราะเราจะได้เห็นคันจิในบริบทต่างๆ และยังได้เรียนรู้คำศัพท์และไวยากรณ์ใหม่ๆ อีกด้วยค่ะ

3. ใช้แอปพลิเคชันเรียนภาษาญี่ปุ่นขณะเดินทาง

เวลาเดินทางไปไหนมาไหน เรามักจะมีเวลาว่างเหลือเฟือ ลองใช้แอปพลิเคชันเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อเรียนรู้คันจิในช่วงเวลาเหล่านั้นดูสิคะ นอกจากจะไม่เสียเวลาเปล่าแล้ว ยังช่วยให้เราเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วยค่ะ

เขียนซ้ำๆ จำแม่นยำ: พลังของการฝึกเขียนคันจิด้วยตัวเอง

ถึงแม้ว่าในยุคดิจิทัลเราจะสามารถพิมพ์คันจิได้อย่างง่ายดาย แต่การฝึกเขียนคันจิด้วยตัวเองก็ยังคงมีความสำคัญอยู่ค่ะ เพราะการเขียนจะช่วยให้เราจดจำรูปร่างของคันจิได้อย่างแม่นยำ และยังช่วยฝึกสมาธิและความอดทนของเราอีกด้วยค่ะ

1. ใช้สมุดฝึกเขียนคันจิ

สมุดฝึกเขียนคันจิเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับการฝึกเขียนคันจิค่ะ สมุดเหล่านี้มักจะมีตารางกริด (grid) ที่ช่วยให้เราเขียนคันจิได้อย่างถูกต้องตามสัดส่วน และยังมีแบบฝึกหัดต่างๆ ที่ช่วยให้เราฝึกเขียนคันจิได้อย่างเป็นระบบ

2. เรียนรู้ลำดับขีด (stroke order)

เคล - 이미지 2

การเขียนคันจิให้ถูกต้องตามลำดับขีดเป็นสิ่งสำคัญค่ะ เพราะจะช่วยให้เราเขียนคันจิได้อย่างสวยงามและถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับลำดับขีดของคันจิแต่ละตัวและฝึกเขียนตามดูนะคะ

3. ฝึกเขียนคันจิเป็นประจำ

การฝึกเขียนคันจิเป็นประจำจะช่วยให้เราจดจำคันจิได้อย่างแม่นยำ กำหนดเวลาฝึกเขียนคันจิในแต่ละวันและทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันค่ะ

ทดสอบและทบทวน: ประเมินความรู้และเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป

หลังจากที่เรียนรู้คันจิไปแล้ว สิ่งสำคัญคือการทดสอบและทบทวนความรู้ของเราเป็นประจำ เพื่อประเมินว่าเรามีความเข้าใจในคันจิเหล่านั้นมากน้อยแค่ไหน และเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป

1. ทำแบบทดสอบคันจิออนไลน์

มีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมากมายที่ให้บริการแบบทดสอบคันจิออนไลน์ ลองทำแบบทดสอบเหล่านั้นเพื่อประเมินความรู้ของคุณดูนะคะ

2. ใช้ flashcards

Flashcards เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการทบทวนคันจิค่ะ เขียนคันจิบนด้านหนึ่งของ flashcard และเขียนความหมายและวิธีอ่านบนอีกด้านหนึ่ง จากนั้นให้ทบทวน flashcards เหล่านั้นเป็นประจำ

วิธี รายละเอียด ข้อดี ข้อเสีย
ทำความเข้าใจที่มาของคันจิ เรียนรู้ที่มาและเรื่องราวของคันจิแต่ละตัว ช่วยให้จำคันจิได้แม่นยำกว่า ต้องใช้เวลาในการค้นหาข้อมูล
ใช้เกมและแอปพลิเคชัน เรียนรู้คันจิผ่านเกมและกิจกรรมที่สนุกสนาน สนุกและกระตุ้นให้เรียนรู้ อาจต้องเสียค่าใช้จ่าย
ปรับชีวิตประจำวันให้เป็นห้องเรียนคันจิ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ต้องมีความตั้งใจ
ฝึกเขียนคันจิด้วยตัวเอง เขียนคันจิซ้ำๆ เพื่อจดจำรูปร่าง ช่วยให้จำได้แม่นยำและฝึกสมาธิ ต้องใช้เวลาและความอดทน
ทดสอบและทบทวน ประเมินความรู้และเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป ช่วยให้รู้จุดแข็งและจุดอ่อน อาจต้องใช้เวลา

3. ทบทวนคันจิเป็นประจำ

การทบทวนคันจิเป็นประจำจะช่วยให้เราไม่ลืมคันจิเหล่านั้น กำหนดเวลาทบทวนคันจิในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละเดือนและทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันค่ะ

อย่าท้อแท้! สร้างแรงจูงใจและให้รางวัลตัวเอง

การเรียนภาษาญี่ปุ่นและการจำคันจิเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน อย่าท้อแท้หากคุณไม่เห็นผลลัพธ์ในทันที จงจำไว้ว่าทุกความพยายามของคุณจะนำคุณเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นเรื่อยๆ สร้างแรงจูงใจให้ตัวเองและให้รางวัลตัวเองเมื่อคุณทำได้ตามเป้าหมายค่ะ

1. ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแต่เป็นไปได้

การตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแต่เป็นไปได้จะช่วยให้คุณมีแรงจูงใจในการเรียนรู้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น “เรียนรู้คันจิ 5 ตัวต่อวัน” หรือ “สอบผ่าน JLPT N4 ภายใน 1 ปี”

2. ให้รางวัลตัวเองเมื่อทำได้ตามเป้าหมาย

เมื่อคุณทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ให้รางวัลตัวเองเพื่อเป็นกำลังใจในการเรียนรู้ต่อไป รางวัลอาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่คุณชอบ เช่น การไปดูหนัง การซื้อขนม หรือการพักผ่อน

3. มองหาแรงบันดาลใจ

มองหาแรงบันดาลใจจากคนที่ประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาญี่ปุ่น ลองอ่านเรื่องราวของพวกเขาหรือดูวิดีโอสัมภาษณ์ของพวกเขา แรงบันดาลใจเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีกำลังใจในการเรียนรู้ต่อไป

หวังว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นและพยายามที่จะจำคันจินะคะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเรียนรู้และประสบความสำเร็จค่ะ!

บทสรุป

การเรียนรู้คันจิอาจเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วยเทคนิคและเคล็ดลับที่ได้กล่าวมาข้างต้น ดิฉันหวังว่าทุกคนจะสามารถพิชิตคันจิและสนุกกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นมากขึ้นนะคะ อย่าลืมว่าความสม่ำเสมอและความตั้งใจจริงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จค่ะ สู้ๆ นะคะทุกคน!

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นค่ะ แล้วพบกันใหม่นะคะ!

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม

1. ลองใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับฝึกคันจิโดยเฉพาะ เช่น Kanji Study หรือ Anki ซึ่งมีฟังก์ชั่นการทำซ้ำแบบเว้นระยะ (spaced repetition) ที่ช่วยให้จำคันจิได้นานขึ้น

2. สร้างบัตรคำ (flashcard) ด้วยตัวเอง โดยด้านหนึ่งเขียนตัวคันจิ อีกด้านหนึ่งเขียนความหมาย คำอ่าน และตัวอย่างการใช้คำ จะช่วยให้จดจำได้ดีขึ้น

3. หาเพื่อนเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยกัน จะช่วยสร้างแรงจูงใจและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันได้

4. ดูอนิเมะหรือซีรีส์ญี่ปุ่นที่มีซับไตเติ้ลภาษาญี่ปุ่น จะช่วยให้คุ้นเคยกับคันจิในบริบทต่างๆ

5. อ่านข่าวหรือบทความภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ เพื่อฝึกการอ่านและทบทวนคันจิที่เรียนมา

ข้อควรรู้

1. ความสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญ: การเรียนรู้คันจิอย่างสม่ำเสมอ แม้เพียงวันละเล็กน้อย ย่อมดีกว่าการเรียนอย่างหนักเป็นครั้งคราว

2. ใช้หลากหลายวิธี: ผสมผสานเทคนิคการเรียนรู้คันจิที่หลากหลาย เพื่อให้การเรียนไม่น่าเบื่อและมีประสิทธิภาพ

3. อย่ากลัวที่จะทำผิด: การทำผิดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ อย่าท้อแท้เมื่อเจอคันจิที่ยาก หรือจำไม่ได้

4. สนุกกับการเรียนรู้: หาแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาญี่ปุ่น และสนุกกับกระบวนการเรียนรู้

5. ให้รางวัลตัวเอง: เมื่อทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ให้รางวัลตัวเองเพื่อเป็นกำลังใจในการเรียนรู้ต่อไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: จำคันจิไม่ค่อยได้เลยค่ะ มีวิธีจำง่ายๆ ไหมคะ?

ตอบ: ลองเริ่มจากคันจิที่เจอในชีวิตประจำวันบ่อยๆ ก่อนก็ได้ค่ะ เช่น คันจิที่ปรากฏบนป้ายบอกทางในสถานีรถไฟฟ้า หรือบนฉลากสินค้าที่เราใช้ประจำ พอคุ้นเคยแล้วค่อยขยายไปคันจิตัวอื่นๆ ค่ะ นอกจากนี้ การผูกเรื่องราวหรือจินตนาการภาพจากองค์ประกอบของคันจิ ก็ช่วยให้จำได้ดีขึ้นมากเลยค่ะ อย่างคันจิคำว่า “พักผ่อน (休)” ที่มีส่วนประกอบของคน (人) และต้นไม้ (木) ก็จินตนาการว่าคนกำลังนั่งพักใต้ต้นไม้ก็ได้ค่ะ

ถาม: มีแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ไหนแนะนำบ้างไหมคะ สำหรับเรียนคันจิ?

ตอบ: มีเยอะเลยค่ะ! ถ้าเน้นเกมและภาพสวยงาม ลองดู “Kanji Study” หรือ “Memrise” ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าชอบแบบฝึกหัดเยอะๆ และมีคำอธิบายละเอียด ลองดู “Wanikani” หรือ “Tae Kim’s Guide to Learning Japanese” ก็ดีค่ะ แต่ละแอปก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ลองโหลดมาเล่นดู แล้วเลือกอันที่ชอบที่สุดนะคะ

ถาม: นอกจากเรียนจากหนังสือหรือแอปแล้ว มีวิธีฝึกคันจิแบบอื่นอีกไหมคะ?

ตอบ: แน่นอนค่ะ! การดูอนิเมะหรือซีรีส์ญี่ปุ่นแบบมีซับไตเติ้ลภาษาญี่ปุ่น ก็ช่วยให้คุ้นเคยกับคันจิได้เหมือนกันค่ะ หรือจะลองอ่านมังงะ (การ์ตูนญี่ปุ่น) ก็ได้ค่ะ เริ่มจากเรื่องที่ชอบก่อน จะได้ไม่เบื่อ นอกจากนี้ การเขียนไดอารี่เป็นภาษาญี่ปุ่น หรือพยายามใช้คันจิในการเขียนข้อความบนโซเชียลมีเดีย ก็เป็นวิธีฝึกที่สนุกและได้ผลดีมากๆ ค่ะ สำคัญที่สุดคือต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอนะคะ!

📚 อ้างอิง