รู้ยัง! สมาร์ทโฟนพลิกโฉมการเรียนญี่ปุ่นและ JLPT ให้คุณเก่...

รู้ยัง! สมาร์ทโฟนพลิกโฉมการเรียนญี่ปุ่นและ JLPT ให้คุณเก่งได้จริง

webmaster

JLPT와 일본어 능력 향상을 위한 스마트폰 활용 - **Prompt 1: Dedicated Japanese Learner with Smartphone**
    "A vibrant, eye-level shot of a cheerfu...

สวัสดีค่าเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่นเลิฟเวอร์ทุกคน! วันนี้ฟ้าใสมีเรื่องดีๆ มาบอกต่ออีกแล้วนะคะ ใครที่กำลังฝันอยากจะพิชิตข้อสอบ JLPT หรืออยากเก่งภาษาญี่ปุ่นแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะ N5 ไปจนถึง N1 เลยล่ะก็ ลองคิดดูสิคะว่าในมือเรามีของวิเศษซ่อนอยู่!

JLPT와 일본어 능력 향상을 위한 스마트폰 활용 관련 이미지 1

ใช่แล้วค่ะ มือถือที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี่แหละ ตัวช่วยสุดเจ๋งที่พลิกโฉมการเรียนรู้ไปเลย ตั้งแต่ฟ้าใสลองปรับใช้สมาร์ทโฟนเป็นเหมือนติวเตอร์ส่วนตัวนะ รู้สึกเลยว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่นมันสนุกขึ้นเยอะ ไม่จำเจ แถมยังซึมซับได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องแบกตำราหนักๆ ไปไหนมาไหนให้เมื่อยเลยค่ะ เทคโนโลยีสมัยนี้นี่สุดยอดจริงๆ มีทั้งแอปฝึกคันจิ ควิซไวยากรณ์ หรือแม้แต่บทสนทนาที่ฝึกพูดโต้ตอบกับ AI ได้เหมือนคุยกับคนจริงๆ นี่ถ้าสมัยก่อนมีแบบนี้นะ ป่านนี้ฟ้าใสอาจจะไปเป็นล่ามประจำตัวไอดอลญี่ปุ่นแล้วก็ได้นะเนี่ยะ (หัวเราะ) บอกเลยว่าไม่ใช่แค่สะดวก แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ลึกซึ้งขึ้นด้วย เพราะเราเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วทันใจกว่าเดิมเยอะมากๆ เลยค่ะ ถ้าเพื่อนๆ พร้อมแล้ว มาดูกันค่ะว่าเราจะใช้สมาร์ทโฟนคู่ใจของเราให้เป็นประโยชน์สูงสุดในการเรียนภาษาญี่ปุ่นและสอบ JLPT ได้ยังไงบ้าง รับรองว่าทุกคนจะต้องทึ่งกับผลลัพธ์ที่ได้แน่นอนค่ะ ฟ้าใสจะบอกเคล็ดลับทุกอย่างแบบหมดเปลือกไม่มีกั๊กเลยนะคะถ้าพร้อมแล้ว มาดูกันเลยค่ะว่าเราจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนธรรมดาๆ ให้กลายเป็นอาวุธลับในการพิชิต JLPT และพัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่นให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นได้อย่างไรบ้าง!

ในบทความนี้ ฟ้าใสจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงและเคล็ดลับสุดปังที่ทำแล้วได้ผลจริง ให้เพื่อนๆ ได้นำไปปรับใช้กันแบบง่ายๆ รับรองว่าถูกใจสายเทคโนโลยีและคนรุ่นใหม่แน่นอนค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แค่มีมือถือเครื่องเดียวก็เอาอยู่แล้วค่ะ เรามาดูรายละเอียดกันแบบเจาะลึกเลยนะคะ

พลิกโฉมมือถือธรรมดา ให้เป็นครูสอนญี่ปุ่นส่วนตัว

สำหรับฟ้าใสแล้วนะ การเรียนภาษาญี่ปุ่นมันไม่ใช่แค่การท่องจำศัพท์กับไวยากรณ์ไปวันๆ แต่มันคือการเปิดโลกอีกใบเลยค่ะ ยิ่งเรามีเครื่องมือดีๆ อย่างสมาร์ทโฟนติดตัวอยู่แล้ว ทำไมเราจะไม่ใช้มันให้เต็มที่ล่ะคะ?

ฟ้าใสลองมาแล้วค่ะว่ามันเวิร์คมากๆ สมัยก่อนนะ เวลาอยากจะหาความรู้เพิ่มเติม หรืออยากรู้ความหมายของคำศัพท์ที่เจอในซีรีส์ญี่ปุ่น ก็ต้องวิ่งไปเปิดพจนานุกรมเล่มหนาๆ หรือไม่ก็ต้องรอไปถามอาจารย์ที่โรงเรียน แต่เดี๋ยวนี้สิคะ แค่หยิบมือถือขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นแอปพจนานุกรมออนไลน์ หรือเว็บแปลภาษา แค่ปลายนิ้วก็รู้เรื่อง!

มันเร็วขึ้นเยอะมากๆ เลยค่ะ แถมยังมีแอปที่ช่วยให้เราฝึกฟังสำเนียงเจ้าของภาษาได้ตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวว่าจะพูดเพี้ยน ฟังไม่รู้เรื่องอีกต่อไป เหมือนมีครูญี่ปุ่นมานั่งสอนข้างๆ ตลอด 24 ชั่วโมงเลยจริงๆ นะคะ แถมยังปรับตารางเรียนได้ตามใจเราอีกด้วย อยากเรียนตอนไหน พักตอนไหนก็ได้หมด สะดวกสบายกว่านี้ไม่มีอีกแล้วค่ะ เพื่อนๆ เองก็ลองปรับดูนะคะ จากที่เคยใช้มือถือแค่เล่นโซเชียลหรือดูหนัง ลองแบ่งเวลามาใช้เพื่อการเรียนรู้ รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเซอร์ไพรส์มากๆ เลยล่ะ

ทำไมมือถือถึงเป็นมากกว่าแค่เครื่องมือสื่อสาร

หลายคนอาจจะมองว่ามือถือก็คือมือถือ ไว้โทรเข้าโทรออก แชทกับเพื่อน หรือเล่นเกมเพลินๆ แต่จริงๆ แล้วมันซ่อนพลังวิเศษเอาไว้เยอะมากเลยนะ โดยเฉพาะเรื่องการเรียนภาษาเนี่ย ฟ้าใสสัมผัสได้เลยว่ามันช่วยย่นระยะเวลาการเรียนรู้ไปได้เยอะมากๆ ยิ่งถ้าเราเป็นคนขี้เบื่อ หรือไม่ค่อยมีเวลาไปเรียนพิเศษข้างนอก การมีสมาร์ทโฟนคู่ใจที่อัดแน่นไปด้วยแอปพลิเคชันดีๆ มันเหมือนเรามีห้องสมุดเคลื่อนที่ มีโรงเรียนสอนภาษาติดตัวไปทุกที่เลยค่ะ ไม่ต้องเสียเงินค่าคอร์สแพงๆ หรือเดินทางไปไหนไกลๆ แค่เปิดมือถือขึ้นมาก็เหมือนเปิดประตูสู่โลกภาษาญี่ปุ่นแล้วค่ะ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าเราใช้เวลาว่างระหว่างวัน เช่น ตอนนั่งรถไฟฟ้า ตอนรอเพื่อน หรือแม้แต่ตอนพักเที่ยง สัก 10-15 นาที มาทบทวนบทเรียน หรือฝึกฝนคำศัพท์กับแอปพลิเคชันต่างๆ สะสมไปเรื่อยๆ ในแต่ละวัน เดือนนึงก็เป็นชั่วโมงแล้วนะ! ผลลัพธ์ที่ได้มันมากกว่าที่เราคิดแน่นอนค่ะ

วางแผนการเรียนให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

สิ่งที่ฟ้าใสชอบที่สุดในการใช้สมาร์ทโฟนเรียนภาษาญี่ปุ่นคือความยืดหยุ่นนี่แหละค่ะ เราสามารถออกแบบตารางเรียนได้ตามใจชอบ ไม่ต้องยึดติดกับเวลาเรียนแบบเดิมๆ อีกต่อไป สมมติว่าวันนี้ฟ้าใสมีเวลาว่างแค่ 30 นาที ก็เลือกแอปที่เน้นการทบทวนศัพท์ หรือฝึกไวยากรณ์สั้นๆ ได้เลย หรือถ้าวันไหนว่างเยอะหน่อย ก็อาจจะลองดูอนิเมะหรือซีรีส์ญี่ปุ่นพร้อมซับไทย-ญี่ปุ่น เพื่อฝึกการฟังและการอ่านไปพร้อมกัน มันทำให้การเรียนไม่รู้สึกกดดัน ไม่ใช่ภาระ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปโดยปริยายเลยค่ะ แถมยังมีแอปที่ช่วยบันทึกความคืบหน้าให้เราได้เห็นพัฒนาการของตัวเองด้วยนะ พอเห็นว่าเราเก่งขึ้นเรื่อยๆ มันก็ยิ่งมีกำลังใจอยากจะเรียนต่อไปอีกเรื่อยๆ เลยล่ะค่ะ ลองปรับตารางของเพื่อนๆ ดูนะคะ รับรองว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่นจะกลายเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่เรื่องเครียดอีกต่อไปค่ะ

ตามล่าหาแอปคู่ใจ พิชิตคันจิ ไวยากรณ์ และคำศัพท์ JLPT

โอ๊ย! บอกเลยว่ายุคนี้แอปพลิเคชันเรียนภาษาญี่ปุ่นมีเยอะมากกกก จนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว แต่ละแอปก็มีจุดเด่นต่างกันไปนะคะ ฟ้าใสลองมาหลายตัวแล้วค่ะกว่าจะเจอตัวที่ใช่ วันนี้เลยอยากจะมาแนะนำแอปที่ฟ้าใสใช้จริงและรู้สึกว่ามันช่วยในการเตรียมสอบ JLPT ได้ดีมากๆ ไม่ว่าจะเน้นคันจิ ไวยากรณ์ หรือคำศัพท์ ก็มีครบหมดเลยค่ะ อย่างแอป

JLPT Test หรือ JLPT Practice N5 – N1 เนี่ย เขาจะมีแบบฝึกหัดให้ทำเยอะมาก ตั้งแต่ N5 ไปจนถึง N1 เลยทีเดียว ครอบคลุมทั้งคำศัพท์ ไวยากรณ์ การอ่าน คันจิ และการฟัง ทำให้เราได้ทบทวนและทำข้อสอบจำลองได้ทุกที่ทุกเวลา เหมือนมีข้อสอบเก่าอยู่ในมือเลยค่ะ บางแอปยังมีการนำข้อสอบปีก่อนๆ มาให้ฝึกทำด้วยนะ ซึ่งมันคล้ายกับข้อสอบจริงมากๆ เลยล่ะ ส่วนสายคันจินี่ต้องลอง Kanji Card หรือ MochiKanji เลยค่ะ เขาจะเน้นการใช้แฟลชการ์ดพร้อมภาพประกอบ ช่วยให้จำคันจิได้ดีขึ้นเยอะเลย แถมยังมีเกมเสริมให้เล่นเพลินๆ อีกด้วยนะ หรือถ้าใครชอบเรียนรู้จากข่าวสาร ฟ้าใสก็แนะนำ Todaii: Easy Japanese ที่จะช่วยให้เราฝึกการฟังและการอ่านจากข่าวในชีวิตประจำวันได้ดีเลยค่ะ แล้วรู้ไหมว่าบางแอปเขามีระบบทบทวนคำศัพท์อัตโนมัติแบบ SRS (Spaced Repetition System) ด้วยนะ ทำให้เราจำคำศัพท์ได้แม่นขึ้นจริงๆ ค่ะ ฟ้าใสเชื่อว่าการเลือกแอปที่เหมาะสมกับสไตล์การเรียนของเราเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลยค่ะ ลองโหลดมาเล่นดูก่อนว่าชอบแบบไหน แล้วค่อยตัดสินใจจริงจังนะ

รวมแอปเด็ดสำหรับทุกทักษะ JLPT ที่ฟ้าใสป้ายยา

พอเรามีเป้าหมายว่าจะสอบ JLPT สิ่งที่เราต้องโฟกัสก็คือทักษะหลักๆ ทั้งคำศัพท์ คันจิ ไวยากรณ์ การอ่าน และการฟัง ซึ่งแต่ละแอปก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป อย่าง Migii JLPT นี่คือดีงามมากสำหรับคนที่เตรียมสอบ เพราะมีแบบทดสอบจำลองที่อัปเดตตลอด แถมยังมีเฉลยพร้อมคำอธิบายละเอียดด้วยนะ ทำให้เราเรียนรู้จากข้อผิดพลาดได้ดีเลยค่ะ ส่วนแอปพจนานุกรมอย่าง JTDic หรือ Yomiwa ก็ขาดไม่ได้เลยนะ เพราะเวลาเจอศัพท์ที่ไม่รู้ปุ๊บก็สามารถหาได้ทันที แถมบางแอปยังค้นหาด้วยการเขียนคันจิด้วยนิ้วได้ด้วยนะ สะดวกสุดๆ ส่วนตัวฟ้าใสชอบใช้ Quizlet สร้างแฟลชการ์ดเองด้วยค่ะ เพราะมันปรับแต่งได้ตามใจเราเลย อยากจะจำศัพท์แบบไหนก็ทำได้หมดเลย การมีแอปเหล่านี้ติดเครื่องไว้ เหมือนมีติวเตอร์ส่วนตัวอยู่กับเราตลอดเวลาจริงๆ ค่ะ

ตารางเปรียบเทียบแอปพลิเคชันยอดนิยม

เพื่อให้เพื่อนๆ เห็นภาพชัดเจนขึ้น ฟ้าใสทำตารางสรุปแอปพลิเคชันยอดนิยมที่ช่วยในการเตรียมสอบ JLPT มาให้ดูกันค่ะ ลองดูนะคะว่าแอปไหนตอบโจทย์ความต้องการของเพื่อนๆ มากที่สุด

ชื่อแอปพลิเคชัน จุดเด่น รองรับระดับ JLPT ฟีเจอร์เด่น
JLPT Test N5-N1 แบบฝึกหัดเยอะมาก, ครอบคลุมทุกพาร์ท N5 – N1 คำศัพท์, ไวยากรณ์, การอ่าน, คันจิ, การฟัง, ข้อสอบจำลอง
Migii JLPT แบบทดสอบจำลองอัปเดต, มีเฉลยละเอียด, ระบบสอบจำลองออนไลน์ N5 – N1 คำศัพท์, ไวยากรณ์, การอ่าน, คันจิ, การฟัง, แฟลชการ์ด, แผนการเรียนเฉพาะตัว
Todaii: Easy Japanese ฝึกฟัง-อ่านจากข่าวจริง, มีสรุปข่าวและศัพท์น่ารู้ N5 – N1 ข่าวญี่ปุ่นพร้อมศัพท์, Test ท้ายบท
Yomiwa Japanese Dictionary พจนานุกรมครบวงจร, ค้นหาด้วยการเขียน, ฟังก์ชันกล้องแปล ทุกระดับ พจนานุกรม, คันจิ, ไวยากรณ์, ตัวอย่างประโยค
MochiKanji เน้นการจำคันจิ, มีระบบทบทวน SRS, ลำดับขีด N5 – N2 แฟลชการ์ดคันจิ, คำศัพท์, ระบบทบทวน

จากตารางนี้ เพื่อนๆ คงพอจะเห็นภาพรวมของแต่ละแอปมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ แต่ละแอปมีข้อดีข้อเสียต่างกันไปนะ อย่างบางแอปอาจจะมีโฆษณาเยอะหน่อย แต่ฟีเจอร์หลักๆ ก็ยังใช้งานได้ดีค่ะ ลองเลือกที่คิดว่าเหมาะกับเราที่สุดเลยนะคะ แล้วการเรียนภาษาญี่ปุ่นจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป!

Advertisement

AI เพื่อนซี้ช่วยฝึกพูด สำเนียงเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา

สมัยก่อนนะ ถ้าอยากฝึกพูดภาษาญี่ปุ่นให้สำเนียงเป๊ะๆ ก็ต้องไปหาครูเจ้าของภาษา หรือไม่ก็ต้องบินไปเรียนที่ญี่ปุ่นเลย ซึ่งมันก็มีค่าใช้จ่ายสูงใช่ไหมล่ะคะ แต่เดี๋ยวนี้!

โลกเราก้าวหน้าไปไกลมากค่ะเพื่อนๆ ด้วยเทคโนโลยี AI อัจฉริยะในสมาร์ทโฟนเนี่ย ทำให้เราสามารถฝึกพูด ฝึกฟัง ได้เหมือนมีเจ้าของภาษามานั่งคุยด้วยจริงๆ เลยนะ ฟ้าใสลองใช้มาแล้วค่ะ มันว้าวมาก!

อย่างแอป

Mondly หรือ SpeakPal นี่แหละค่ะ เขาจะมีฟังก์ชัน AI Chatbot ที่เราสามารถพูดคุยโต้ตอบกับ AI ได้เลย AI จะช่วยวิเคราะห์เสียงพูดของเรา ตรวจสอบการออกเสียงและสำเนียงแบบเรียลไทม์ ทำให้เรารู้เลยว่าเราออกเสียงผิดตรงไหน แล้วก็ปรับแก้ได้ทันที ไม่ต้องกลัวว่าจะพูดผิดแล้วโดนคนอื่นขำ เหมือนมีเพื่อนส่วนตัวที่คอยช่วยติวให้เราตลอดเวลาเลยค่ะ มันทำให้การฝึกพูดเป็นเรื่องที่สนุก ไม่น่าเบื่อ แถมยังช่วยสร้างความมั่นใจในการสื่อสารได้ดีมากๆ เลยนะคะ จากที่เคยอายไม่กล้าพูด ตอนนี้ฟ้าใสกล้าพูดมากขึ้นเยอะเลยค่ะ

AI ตรวจสอบการออกเสียง ปรับสำเนียงให้เป๊ะปัง

สิ่งที่ฟ้าใสประทับใจที่สุดกับการใช้ AI ช่วยเรียนภาษาญี่ปุ่นคือความสามารถในการตรวจสอบการออกเสียงของเรานี่แหละค่ะ บางทีเราคิดว่าเราออกเสียงถูกแล้วนะ แต่พอ AI ตรวจสอบให้ถึงได้รู้ว่ายังเพี้ยนอยู่นิดหน่อย อย่างเช่น เสียง “つ” (tsu) หรือ “ち” (chi) ที่คนไทยมักจะออกเสียงคล้ายกัน AI จะช่วยบอกเราได้เลยว่าเราควรปรับลิ้น หรือรูปปากยังไงให้เสียงมันออกมาถูกต้องตามแบบเจ้าของภาษาเป๊ะๆ แถมยังมีการฝึกพูดบทสนทนาจำลองในสถานการณ์ต่างๆ อีกด้วย ทำให้เราได้นำคำศัพท์และไวยากรณ์ที่เรียนไปลองใช้จริงในบทสนทนา มันไม่ใช่แค่การท่องจำอย่างเดียวแล้วค่ะ แต่มันคือการนำไปใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน การฝึกแบบนี้แหละที่ทำให้เราเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยค่ะ ฟ้าใสอยากให้เพื่อนๆ ลองเปิดใจใช้ AI เป็นตัวช่วยดูนะคะ รับรองว่าจะติดใจเหมือนฟ้าใสแน่นอนค่ะ

ฝึกพูดกับ AI ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องอายใคร

ข้อดีอีกอย่างของการฝึกพูดกับ AI คือเราสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาที่เราสะดวกเลยค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานที่ ไม่ต้องเดินทางไปไหน ไม่ต้องจัดตารางเรียนให้ยุ่งยาก แค่มีมือถือเครื่องเดียวก็เหมือนมีคู่สนทนาส่วนตัวอยู่ข้างๆ แล้วค่ะ บางทีนะ ฟ้าใสก็แอบฝึกพูดอยู่คนเดียวในห้องน้ำ หรือตอนนั่งรถเมล์กลับบ้าน มันเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เราสามารถลองผิดลองถูกได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลัวว่าจะทำผิดแล้วโดนใครตัดสิน ความรู้สึกแบบนี้แหละที่ทำให้เรากล้าที่จะลองพูดมากขึ้น กล้าที่จะสร้างประโยคใหม่ๆ มากขึ้น พอทำบ่อยๆ เข้า เราก็จะคุ้นชินและพูดได้คล่องขึ้นเองโดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ แถมยังช่วยให้เราซึมซับภาษาญี่ปุ่นได้เร็วกว่าเดิมเยอะมากๆ เพราะเราได้อยู่กับภาษาญี่ปุ่นตลอดเวลาในแบบที่ไม่ได้รู้สึกว่าถูกบังคับเลยค่ะ

ดื่มด่ำบรรยากาศญี่ปุ่นรอบตัว ผ่านคอนเทนต์บนมือถือ

ใครว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่นมันต้องนั่งอ่านหนังสืออย่างเดียว? โนวๆๆๆ ค่ะเพื่อนๆ ยุคนี้แล้ว เราสามารถเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นได้แบบสนุกๆ จากคอนเทนต์รอบตัวบนสมาร์ทโฟนของเรานี่แหละค่ะ ฟ้าใสเป็นคนหนึ่งที่ชอบดูอนิเมะ ซีรีส์ญี่ปุ่น และฟังเพลงญี่ปุ่นมากๆ ค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละที่เป็นตัวช่วยชั้นดีในการพัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่นของฟ้าใสเลยนะ ไม่ต้องเสียเงินซื้อคอร์สเรียนเพิ่มเลยค่ะ แค่ใช้มือถือให้เป็นประโยชน์ อย่างเช่น YouTube นี่แหละค่ะ ขุมทรัพย์ความรู้ชั้นดีเลยนะ มีช่องสอนภาษาญี่ปุ่นดีๆ เยอะมากที่คนไทยทำเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ อย่างช่อง

Aoysensei หรือ I Love Japan เนี่ย สอนเข้าใจง่ายมากๆ เลยค่ะ มีทั้งสอนตัวอักษร ฮิรางานะ คาตาคานะ ไวยากรณ์พื้นฐาน ไปจนถึงบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตประจำวันเลย บางช่องยังพาไปเที่ยวญี่ปุ่น สอนคำศัพท์ที่ใช้จริงในสถานการณ์ต่างๆ อีกด้วยนะ การเรียนแบบนี้ทำให้เราซึมซับภาษาญี่ปุ่นได้โดยไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนอยู่จริงๆ ค่ะ เหมือนได้ดูรายการสนุกๆ ไปด้วย ได้ความรู้ไปด้วย คุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีกค่ะ!

ดำดิ่งสู่โลกญี่ปุ่นด้วย YouTube Channels

ฟ้าใสจะบอกว่า YouTube เนี่ยเป็นคลังความรู้ที่ไม่มีวันหมดจริงๆ ค่ะ ยิ่งถ้าเราเป็นคนชอบดูอะไรเพลินๆ ด้วยแล้ว ยิ่งเหมาะกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นผ่าน YouTube เลย อย่างที่บอกไปว่ามีช่องดีๆ เยอะมากที่ครูคนไทยสอนเอง ทำให้เราเข้าใจง่าย ไม่ต้องกลัวว่าจะฟังไม่รู้เรื่องเลยค่ะ บางช่องเขาก็จะมีกราฟิกน่ารักๆ หรือใช้ตัวละครสมมุติ (Vtuber) มาเป็นผู้สอนด้วยนะ ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อเลย นอกจากการสอนไวยากรณ์และคำศัพท์แล้ว หลายๆ ช่องยังสอดแทรกวัฒนธรรมญี่ปุ่นเล็กๆ น้อยๆ เข้าไปในบทเรียนด้วย ทำให้เราได้เรียนรู้ภาษาไปพร้อมกับการทำความเข้าใจวัฒนธรรม ซึ่งมันจะช่วยให้เราใช้ภาษาญี่ปุ่นได้เป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ ฟ้าใสเองก็ใช้เวลาว่างดูคลิปเหล่านี้บ่อยๆ ค่ะ รู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นไปในตัวเลย

อ่านข่าวญี่ปุ่นฉบับเข้าใจง่าย เสริมทักษะการอ่าน

นอกจากการดู YouTube แล้ว การอ่านข่าวภาษาญี่ปุ่นก็เป็นอีกวิธีที่ดีมากๆ ในการพัฒนาทักษะการอ่านของเราค่ะ แต่สำหรับมือใหม่หรือคนที่กำลังเตรียมสอบ JLPT ระดับต้นๆ บางทีข่าวทั่วไปอาจจะยากเกินไปใช่ไหมล่ะคะ ฟ้าใสแนะนำเว็บไซต์ NHK NEWS WEB EASY เลยค่ะ เป็นข่าวญี่ปุ่นที่เขียนโดยใช้คำศัพท์และไวยากรณ์พื้นฐาน มีฟุริงานะ (Furigana) กำกับคำอ่านคันจิให้ด้วย แถมยังมีเสียงอ่านประกอบให้เราได้ฝึกฟังไปพร้อมๆ กันอีกต่างหาก ที่สำคัญคือเขามีสรุปข่าวเป็นภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ ให้เราอ่านทำความเข้าใจก่อนด้วยนะคะ พอเราอ่านข่าวแบบนี้บ่อยๆ เราจะเริ่มคุ้นชินกับโครงสร้างประโยคและคำศัพท์ที่ใช้บ่อยๆ ในภาษาญี่ปุ่น ทำให้การอ่านของเราเร็วขึ้นและเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้นมากๆ เลยค่ะ ลองเปิดเข้าไปอ่านดูนะคะ รับรองว่าจะติดใจเหมือนฟ้าใสเลย

Advertisement

จัดตารางเรียนให้ปัง ไม่มีหลุดด้วยฟีเจอร์เด็ดในสมาร์ทโฟน

การเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ได้ผลดี สิ่งสำคัญเลยคือความสม่ำเสมอค่ะเพื่อนๆ แต่บางทีชีวิตคนเรามันก็ยุ่งๆ ใช่ไหมล่ะคะ มีนัดบ้าง มีงานบ้าง ทำให้ตารางเรียนที่วางไว้ต้องสะดุดไปซะงั้น แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ!

สมาร์ทโฟนของเรานี่แหละคือผู้ช่วยส่วนตัวชั้นดีที่จะทำให้เราจัดระเบียบการเรียนได้แบบไม่หลุดเลย ฟ้าใสเคยมีปัญหาเรื่องการจัดตารางเรียนเหมือนกันค่ะ แต่พอเริ่มใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ในมือถือช่วยจัดระเบียบการเรียน มันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแจ้งเตือนในปฏิทิน การใช้แอปจดโน้ต หรือแม้กระทั่งแอปที่ช่วยสร้างแฟลชการ์ดและทบทวนบทเรียนแบบมีระบบ ก็มีให้เลือกใช้มากมายเลยค่ะ การมีระบบช่วยเตือนและติดตามความคืบหน้าจะทำให้เรามีวินัยในการเรียนมากขึ้น และเห็นพัฒนาการของตัวเองได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ

ระบบทบทวนอัจฉริยะ SRS จดจำได้ไม่ลืม

สำหรับใครที่ขี้ลืม หรือจำศัพท์ยากๆ ไม่ค่อยได้เหมือนฟ้าใส ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เพราะแอปเรียนภาษาญี่ปุ่นสมัยนี้หลายตัวเขามีระบบทบทวนคำศัพท์อัจฉริยะที่เรียกว่า SRS (Spaced Repetition System) ระบบนี้จะช่วยจัดตารางทบทวนคำศัพท์ให้เราโดยอัตโนมัติ โดยจะนำคำที่เราจำไม่ได้ หรือจำได้ไม่แม่น กลับมาให้เราทบทวนบ่อยขึ้น ส่วนคำที่เราจำได้แล้วก็จะเว้นระยะห่างการทบทวนออกไปอีกหน่อย ทำให้เราใช้เวลาในการทบทวนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ต้องเสียเวลามานั่งไล่ทบทวนทุกคำตั้งแต่ต้นอีกต่อไป เหมือนมีสมองกลช่วยจำให้เราเลยค่ะ แอปอย่าง MochiKanji หรือ JLPT N5-N1 Mastery ก็มีฟีเจอร์แบบนี้ด้วยนะ พอเราใช้ระบบนี้ไปเรื่อยๆ จะรู้สึกเลยว่าการจำศัพท์และคันจิเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นเยอะมากๆ จากที่เคยเป็นจุดอ่อน ตอนนี้กลายเป็นจุดแข็งไปแล้วค่ะ

เปลี่ยนภาษาโทรศัพท์เป็นญี่ปุ่น สร้างสภาพแวดล้อมภาษา

อันนี้เป็นเคล็ดลับที่ฟ้าใสอยากแนะนำเพื่อนๆ มากๆ เลยค่ะ ถ้าใครที่พอมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นมาบ้างแล้ว ลองเปลี่ยนภาษาในสมาร์ทโฟนของเราให้เป็นภาษาญี่ปุ่นดูสิคะ แรกๆ อาจจะดูโหดร้ายไปหน่อย เหมือนหลงทางในเมนูต่างๆ แต่เชื่อฟ้าใสเถอะค่ะว่ามันช่วยได้เยอะจริงๆ มันจะบังคับให้เราพยายามอ่าน พยายามทำความเข้าใจคำศัพท์และประโยคภาษาญี่ปุ่นที่อยู่ตรงหน้าโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเมนู ปุ่มกด หรือการแจ้งเตือนต่างๆ เหมือนเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ เลยค่ะ พอทำไปเรื่อยๆ เราก็จะเริ่มคุ้นชินและจดจำคำศัพท์เหล่านั้นได้โดยไม่รู้ตัวเลย แถมยังช่วยให้เราไม่รู้สึกวิงเวียนเวลาต้องเจอตัวอักษรญี่ปุ่นเยอะๆ เหมือนตอนทำข้อสอบ JLPT ด้วยนะ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยภาษาญี่ปุ่นรอบตัวเราแบบนี้ เป็นการเรียนรู้แบบดื่มด่ำที่ได้ผลดีมากๆ เลยค่ะ ลองทำดูนะคะ แล้วจะรู้สึกสนุกกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นมากขึ้นแน่นอน

JLPT와 일본어 능력 향상을 위한 스마트폰 활용 관련 이미지 2

เปลี่ยนมือถือเป็นพจนานุกรมส่วนตัว ไม่ต้องกลัวศัพท์ยาก

เวลาเรียนภาษาญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ “พจนานุกรม” ใช่ไหมล่ะคะ สมัยฟ้าใสเรียนแรกๆ ก็ต้องพกพจนานุกรมเล่มหนาเตอะไปไหนมาไหนด้วยตลอด กว่าจะเปิดเจอศัพท์แต่ละคำก็เสียเวลาไปเยอะเลย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องแล้วค่ะ!

แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็เหมือนมีพจนานุกรมญี่ปุ่น-ไทยติดตัวไปทุกที่เลย แถมยังฉลาดกว่าเดิมเยอะมากๆ ด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นแอปพจนานุกรม หรือแม้กระทั่ง Google Translate ก็เป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ เลยค่ะ ฟ้าใสเองใช้แอปพจนานุกรมบ่อยมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเจอคำศัพท์ใหม่ๆ ในหนังสือการ์ตูน ในซีรีส์ หรือแม้แต่ในป้ายโฆษณา แค่หยิบมือถือขึ้นมาก็หาความหมายได้ทันที ทำให้การเรียนรู้ไม่สะดุดเลยค่ะ

แอปพจนานุกรมคู่ใจ ค้นหาได้ทุกรูปแบบ

สำหรับแอปพจนานุกรมภาษาญี่ปุ่นที่ฟ้าใสใช้บ่อยๆ และอยากแนะนำเลยก็คือ JTDic (Japanese Thai Dictionary) และ Yomiwa Japanese Dictionary ค่ะ JTDic เนี่ยเป็นแอปที่คนไทยพัฒนาขึ้นมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะเลยค่ะ คำศัพท์เยอะมาก มีคำแปลเป็นภาษาไทยให้ด้วย ส่วน Yomiwa นี่คือเทพมากๆ เลยนะ เขามีฟังก์ชันที่เรียกว่า “โหมดกล้อง” ที่เราสามารถเปิดกล้องมือถือส่องไปที่ตัวอักษรคันจิบนป้าย หรือในเอกสาร แล้วแอปก็จะแปลคำอ่านและความหมายให้เราแบบเรียลไทม์เลยค่ะ! ว้าวซ่าสุดๆ ไปเลยใช่ไหมคะ เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องเจอคันจิที่ไม่รู้บ่อยๆ หรือเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากรู้ความหมายของป้ายต่างๆ นอกจากนี้บางแอปยังสามารถค้นหาคำศัพท์ด้วยการเขียนคันจิด้วยนิ้วได้อีกด้วยนะ สะดวกสบายกว่านี้ไม่มีอีกแล้วค่ะ ทำให้การค้นหาศัพท์ไม่เป็นเรื่องยุ่งยากอีกต่อไปเลย

Google Translate ผู้ช่วยฉุกเฉินยามจำเป็น

นอกจากแอปพจนานุกรมเฉพาะทางแล้ว Google Translate ก็เป็นอีกหนึ่งผู้ช่วยที่ฟ้าใสขาดไม่ได้เลยค่ะ แม้ว่าบางทีการแปลอาจจะไม่เป๊ะเท่าพจนานุกรมเฉพาะทาง แต่สำหรับเวลาที่เราต้องการความรวดเร็ว หรือเจอศัพท์ที่ไม่สามารถหาในแอปอื่นได้ Google Translate ก็เป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ เลยนะ เขาไม่ได้แค่พิมพ์แปลได้อย่างเดียวนะคะ แต่ยังสามารถแปลจากการพูด หรือถ่ายรูปแล้วสแกนแปลได้ด้วย ทำให้เวลาเราไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วเจอเมนูอาหารที่ไม่เข้าใจ หรือเจอคำถามที่ไม่รู้จะตอบยังไง ก็สามารถหยิบมือถือขึ้นมาใช้ได้ทันทีเลยค่ะ มันช่วยให้เราอุ่นใจมากๆ เวลาที่ต้องสื่อสารในสถานการณ์ที่ยากลำบาก บอกเลยว่ามี Google Translate ติดเครื่องไว้ยังไงก็รอดค่ะ

Advertisement

เคล็ดลับจากฟ้าใส: ใช้สมาร์ทโฟนยังไงให้สอบ JLPT ฉลุย

สุดท้ายนี้ ฟ้าใสอยากจะมาสรุปเคล็ดลับเด็ดๆ ที่ฟ้าใสใช้เองในการเตรียมสอบ JLPT โดยมีสมาร์ทโฟนเป็นอาวุธลับค่ะ เชื่อไหมคะว่าการใช้มือถืออย่างถูกวิธีเนี่ย สามารถเพิ่มโอกาสในการสอบผ่าน JLPT ได้แบบที่เพื่อนๆ อาจจะคาดไม่ถึงเลยนะ เพราะฟ้าใสลองมาแล้ว ได้ผลจริง!

การสอบ JLPT ไม่ได้วัดแค่ความรู้ภาษาญี่ปุ่นของเราเท่านั้น แต่มันยังวัดความอดทน ความมีวินัย และความสามารถในการบริหารจัดการเวลาของเราด้วยค่ะ และสมาร์ทโฟนของเรานี่แหละคือเครื่องมือที่ช่วยให้เราฝึกฝนสิ่งเหล่านี้ได้ดีที่สุดเลยล่ะค่ะ

ทำข้อสอบจำลองอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งแรกและสำคัญที่สุดเลยก็คือ การทำข้อสอบจำลองค่ะ แอปพลิเคชันหลายตัวที่เราพูดถึงไปก่อนหน้านี้มีแบบทดสอบจำลองให้เราทำเยอะมากๆ เลยใช่ไหมคะ ฟ้าใสจะแบ่งเวลาทำข้อสอบจำลองเป็นประจำค่ะ อาจจะวันละนิดวันละหน่อย หรือสัปดาห์ละครั้งก็ได้ แล้วแต่ความสะดวกของเราเลย ที่สำคัญคือต้องจับเวลาเหมือนสอบจริงด้วยนะคะ เพื่อให้เราคุ้นชินกับบรรยากาศและความกดดันของการสอบ พอทำเสร็จแล้วก็อย่าลืมตรวจเฉลยและอ่านคำอธิบายอย่างละเอียดด้วยนะคะ การทำแบบนี้จะช่วยให้เราเห็นจุดอ่อนของตัวเองว่าเราไม่ถนัดพาร์ทไหน หรือพลาดตรงไหนบ่อยๆ แล้วก็เอาจุดอ่อนเหล่านั้นมาปรับปรุงแก้ไขค่ะ ทำซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมั่นใจ รับรองว่าพอถึงวันสอบจริงเราจะรู้สึกผ่อนคลายและทำข้อสอบได้ดีขึ้นแน่นอนค่ะ

ฝึกฟังและจับใจความให้แม่นยำ

พาร์ทการฟังเนี่ยเป็นอะไรที่หลายคนหนักใจใช่ไหมคะ ฟ้าใสเองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ แต่พอมาใช้สมาร์ทโฟนช่วยฝึก มันทำให้พาร์ทนี้พัฒนาขึ้นเยอะมากๆ เลยค่ะ แอปพลิเคชัน JLPT หลายตัวมีไฟล์เสียงสำหรับฝึกฟังพร้อมสคริปต์และคำแปลให้ด้วยนะ ฟ้าใสจะใช้เวลาว่างระหว่างวัน เช่น ตอนนั่งรถเมล์ หรือตอนพักเบรก เปิดฟังบ่อยๆ ค่ะ พยายามฟังให้เข้าใจจับใจความให้ได้ ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าจะต้องเข้าใจทุกคำนะคะ แค่เข้าใจภาพรวมก็พอแล้ว นอกจากนี้ การดูซีรีส์หรืออนิเมะญี่ปุ่นพร้อมซับไทย-ญี่ปุ่น ก็ช่วยได้เยอะเลยค่ะ แรกๆ อาจจะดูซับไทยก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นซับญี่ปุ่น หรือลองปิดซับไปเลยก็ได้ พอเราได้ยินเสียงภาษาญี่ปุ่นบ่อยๆ หูของเราก็จะเริ่มคุ้นชินและจับคำได้เร็วขึ้นเองค่ะ การฝึกฟังแบบสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราพิชิตพาร์ทการฟังได้เลยค่ะ

ทบทวนจุดอ่อน เน้นส่วนที่ยังไม่แข็งแรง

หลังจากที่เราทำข้อสอบจำลองและได้รู้จุดอ่อนของตัวเองแล้ว สิ่งสำคัญคือการนำข้อมูลตรงนั้นมาใช้ในการทบทวนบทเรียนค่ะ อย่าปล่อยผ่านไปเฉยๆ นะคะ เช่น ถ้าฟ้าใสรู้ว่าตัวเองอ่อนเรื่องไวยากรณ์ ฟ้าใสก็จะไปเน้นฝึกทำแบบฝึกหัดไวยากรณ์เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ หรือถ้าจำคันจิไม่ค่อยได้ ก็จะไปใช้แอปแฟลชการ์ดอย่าง MochiKanji หรือ Quizlet เพื่อทบทวนคันจิที่ยังจำไม่ได้ให้แม่นยำขึ้น การทบทวนแบบเน้นจุดอ่อนจะทำให้เราพัฒนาได้เร็วขึ้นและตรงจุดมากๆ ค่ะ อย่าลืมใช้ฟังก์ชันการบันทึกความคืบหน้าในแอปต่างๆ เพื่อดูว่าเราพัฒนาไปถึงไหนแล้วด้วยนะคะ พอเห็นว่าตัวเองเก่งขึ้นเรื่อยๆ มันก็จะยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เรามีกำลังใจที่จะเรียนต่อไปอีกค่ะ ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนสู้ๆ นะคะ แล้วมาพิชิต JLPT ไปด้วยกันค่ะ!

글을 마치며

เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ ฟ้าใสหวังว่าเคล็ดลับและแอปพลิเคชันต่างๆ ที่นำมาฝากในวันนี้ จะเป็นประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆ หันมาใช้สมาร์ทโฟนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเรียนภาษาญี่ปุ่นกันนะคะ จริงๆ แล้วมือถือของเรานี่แหละคือขุมทรัพย์ความรู้ชั้นดีเลยค่ะ แค่เรารู้จักเลือกใช้ให้ถูกทาง มันจะช่วยให้การเรียนภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แถมยังสนุกและเข้าถึงง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ ใครที่กำลังท้อแท้กับการเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ ลองเอาวิธีของฟ้าใสไปปรับใช้ดูนะคะ รับรองว่าการเรียนจะสนุกขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นแน่นอนค่ะ มาเรียนภาษาญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กันนะคะ!

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1. เริ่มต้นจากการเปลี่ยนภาษาในมือถือเป็นภาษาญี่ปุ่น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยกับภาษา.

2. ใช้แอปพลิเคชันพจนานุกรมที่มีฟังก์ชันกล้องสแกนคันจิ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการหาความหมาย.

3. แบ่งเวลาทำข้อสอบจำลอง JLPT เป็นประจำ และทบทวนเฉลยอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจจุดอ่อนของตัวเอง.

4. ฝึกฟังจากสื่อบันเทิง เช่น อนิเมะ ซีรีส์ หรือข่าวสารภาษาญี่ปุ่น เพื่อให้หูคุ้นชินและจับใจความได้ดีขึ้น.

5. ใช้ระบบ SRS ในแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อช่วยทบทวนคำศัพท์และคันจิที่เรายังจำไม่ได้ให้แม่นยำยิ่งขึ้น.

중요 사항 정리

การเรียนภาษาญี่ปุ่นยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายสูงหรือเดินทางไปไหนไกลอีกต่อไปค่ะ แค่มีสมาร์ทโฟนคู่ใจเครื่องเดียว เราก็สามารถพลิกโฉมมือถือธรรมดาๆ ให้กลายเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่นส่วนตัวได้แล้ว สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้แอปพลิเคชันที่เหมาะสมกับสไตล์การเรียนรู้ของเรา การสร้างวินัยในการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ และการไม่กลัวที่จะลองผิดลองถูกค่ะ การใช้ AI ช่วยฝึกพูด การดื่มด่ำกับคอนเทนต์ญี่ปุ่นรอบตัว และการบริหารจัดการตารางเรียนด้วยฟีเจอร์เด็ดๆ ในสมาร์ทโฟน จะช่วยให้เพื่อนๆ พิชิตภาษาญี่ปุ่นและสอบ JLPT ได้อย่างที่ตั้งใจไว้แน่นอนค่ะ ขอแค่มีความตั้งใจและสนุกไปกับการเรียนรู้ ทุกคนก็สามารถประสบความสำเร็จได้ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: แอปเรียนภาษาญี่ปุ่นในมือถือมีเยอะแยะไปหมดเลย ฟ้าใสพอจะแนะนำแอปเด็ดๆ ที่ใช้แล้วได้ผลจริงสำหรับเตรียมสอบ JLPT หรือฝึกภาษาญี่ปุ่นให้เก่งขึ้นบ้างไหมคะ

ตอบ: โอ้โห! คำถามนี้โดนใจฟ้าใสมากๆ เลยค่ะ เพราะเป็นคำถามยอดฮิตที่ทุกคนอยากรู้เลยใช่ไหมคะ จากประสบการณ์ตรงของฟ้าใสที่ใช้มือถือเรียนภาษาญี่ปุ่นมาพักใหญ่ๆ เนี่ย ฟ้าใสขอแนะนำแอปที่ฟ้าใสใช้แล้วเห็นผลจริงและอยากบอกต่อเลยนะคะ อันดับแรกเลยคือแอปประเภท “แฟลชการ์ด” ค่ะ อย่าง Anki นี่คือของวิเศษมากๆ สำหรับจำคันจิและคำศัพท์เลยค่ะ เราสร้างชุดคำศัพท์เองก็ได้ หรือจะโหลดของคนอื่นมาใช้ก็ได้หมดเลยนะคะ ฟ้าใสใช้ Anki ท่องคันจิทุกวัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าคันจิที่เราเคยมองว่ายากๆ มันจะจำได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ ถัดมาก็คือแอปประเภท “พจนานุกรม” ที่ไม่ใช่แค่แปลภาษา แต่มีฟังก์ชันเขียนคันจิด้วยมือเปล่าให้เราค้นหาได้ง่ายๆ อย่าง Jisho.org หรือ LINE Dictionary ก็เป็นอีกตัวช่วยที่ขาดไม่ได้เลยนะคะ เวลาเจอคันจิที่ไม่รู้ เขียนๆ ลากๆ ไปแป๊บเดียวก็ได้คำตอบแล้ว สะดวกสุดๆ เลยค่ะ ส่วนใครที่เพิ่งเริ่มต้น ฟ้าใสแนะนำพวกแอปที่เน้นการเรียนรู้แบบเกมมิฟิเคชั่น อย่าง Duolingo หรือ Memrise นะคะ พวกนี้จะช่วยให้เราไม่เบื่อ สนุกกับการเรียนเหมือนเล่นเกม ทำให้เราอยากเปิดแอปมาเรียนบ่อยๆ ค่ะ แถมยังมีแอปเฉพาะสำหรับการเตรียมสอบ JLPT โดยตรงด้วยนะคะ มีทั้งแบบฝึกหัดไวยากรณ์ การฟัง หรือควิซคำศัพท์ตามระดับ N เลยค่ะ เลือกได้ตามระดับที่เราจะสอบได้เลย รับรองว่าใช้ครบเซ็ตแบบนี้ คะแนน JLPT พุ่งกระฉูดแน่นอนค่ะ!

ถาม: บางทีฟ้าใสก็รู้สึกขี้เกียจหรือไม่มีเวลาเอาซะเลยค่ะ พอจะมีวิธีไหนที่ช่วยให้เราใช้มือถือเรียนภาษาญี่ปุ่นได้สม่ำเสมอ ไม่ท้อแท้ไปก่อนไหมคะ

ตอบ: ฮ่าๆ เข้าใจเลยค่ะ! ฟ้าใสก็เคยเป็นแบบนี้บ่อยๆ เลยค่ะ บางวันก็เพลีย บางวันก็ขี้เกียจสุดๆ จนไม่อยากจับมือถือมาเรียนภาษาญี่ปุ่นเลย แต่ฟ้าใสมีเคล็ดลับส่วนตัวที่ใช้แล้วได้ผลดีมากๆ มาฝากค่ะ อย่างแรกเลยคือ “การตั้งเป้าหมายเล็กๆ” ค่ะ แทนที่จะคิดว่าต้องเรียนเป็นชั่วโมง ลองเปลี่ยนเป็น “ท่องคันจิ 10 ตัวก่อนนอน” หรือ “ทำควิซไวยากรณ์ 5 ข้อตอนเช้า” ดูสิคะ พอเป้าหมายมันเล็กๆ เราจะรู้สึกว่าทำได้ง่าย ไม่กดดัน และพอทำได้เรื่อยๆ มันจะกลายเป็นนิสัยไปเองค่ะ อีกวิธีที่ฟ้าใสใช้บ่อยคือ “เปลี่ยนช่วงเวลารอให้เป็นช่วงเวลาเรียน” ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตอนรอรถไฟฟ้า รอเพื่อน รออาหาร หรือแม้กระทั่งตอนเข้าห้องน้ำ (อันนี้แอบกระซิบนะ ฮ่าๆ) หยิบมือถือขึ้นมา เปิดแอปขึ้นมาทบทวนสัก 5-10 นาทีก็ได้แล้วค่ะ แป๊บเดียวเองแต่สะสมไปเรื่อยๆ คือเยอะมากเลยนะคะ แล้วก็ลอง “หาเพื่อนเรียน” ดูสิคะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนจริงๆ หรือเพื่อนในกลุ่มออนไลน์ก็ได้ ชวนกันมาท้าทายกันว่าใครจะทำคะแนนได้มากกว่า หรือใครเรียนได้สม่ำเสมอกว่ากัน มันจะช่วยสร้างแรงผลักดันดีมากๆ เลยค่ะ และที่สำคัญที่สุดคือ “ให้รางวัลตัวเอง” บ้างนะคะ!
ถ้าทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ อาจจะซื้อขนมญี่ปุ่นอร่อยๆ ให้ตัวเอง หรือดูอนิเมะเรื่องโปรดแบบไม่ต้องมีซับไทย 1 ตอนก็ได้ค่ะ บอกเลยว่าวิธีเหล่านี้ช่วยให้ฟ้าใสไม่ท้อและสนุกกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยมือถือได้ยาวๆ เลยค่ะ ลองเอาไปปรับใช้ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่นมันสนุกกว่าที่คิดเยอะเลย!

ถาม: การเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยมือถือจะทดแทนการเรียนกับครู หรือการอ่านตำราหนาๆ ได้จริงๆ หรอคะ แอบกลัวว่าพื้นฐานจะไม่แน่นน่ะค่ะ

ตอบ: เป็นคำถามที่ฟ้าใสได้ยินบ่อยมากๆ เลยค่ะ และก็เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ ฟ้าใสเข้าใจความรู้สึกนี้เลยค่ะ จากประสบการณ์ของฟ้าใสเองนะ มือถือเนี่ยเป็นเครื่องมือที่ “ทรงพลังและยอดเยี่ยมมากๆ” ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นค่ะ แต่!
มันคือ “ตัวช่วยเสริม” ที่ดีเยี่ยม ไม่ใช่สิ่งที่จะมาทดแทนการเรียนกับครู หรือตำราเรียนแบบ 100% ซะทีเดียวค่ะ ลองคิดดูสิคะ แอปในมือถือเก่งเรื่องการฝึกซ้ำๆ ย้ำๆ การท่องจำ การฝึกฟัง การฝึกทำแบบทดสอบง่ายๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งช่วยให้เราซึมซับและคุ้นเคยกับภาษาได้เร็วขึ้นเยอะมากๆ เลยค่ะ แต่การเรียนกับคุณครูเนี่ย เราจะได้คำอธิบายไวยากรณ์ที่ละเอียดลึกซึ้ง ได้มีคนตรวจการบ้าน แก้ไขสำเนียงการพูดของเราให้ถูกต้องทันที และที่สำคัญคือได้เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นจากมุมมองของคนที่เชี่ยวชาญจริงๆ ส่วนตำราเรียนก็ยังคงเป็นพื้นฐานที่ดีในการสร้างความเข้าใจที่เป็นระบบและครบถ้วนนะคะ ดังนั้นฟ้าใสอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ใช้มือถือเป็น “คู่หู” ในการเรียนรู้ค่ะ คือใช้แอปต่างๆ เพื่อฝึกฝน ทบทวน และทำความคุ้นเคยกับภาษาในชีวิตประจำวัน แล้วค่อยนำสิ่งที่เราสงสัยหรืออยากรู้ลึกๆ ไปถามคุณครู หรือค้นคว้าเพิ่มเติมจากตำราเรียนค่ะ การผสมผสานทั้งสองวิธีเข้าด้วยกันนี่แหละค่ะคือกลยุทธ์ที่ดีที่สุด!
มันจะช่วยให้พื้นฐานของเราแน่นปึ้ก แถมยังได้ฝึกฝนภาษาญี่ปุ่นได้บ่อยๆ อีกด้วย รับรองว่าภาษาญี่ปุ่นของเพื่อนๆ จะพัฒนาแบบก้าวกระโดดแน่นอนค่ะ

📚 อ้างอิง

Advertisement